Category Archives: เรื่องเด็ด ๆ

ใบสั่งซื้อกับ Factoring เกี่ยวกันอย่างไร?

Purchase order (PO) หรือใบสั่งซื้อ ที่เป็นเอกสารสำคัญของนักจัดซื้อ และเป็นที่ปรารถนาของนักขายทั้งหลายนั้น ความสำคัญมิได้มีความหมายเพียงการยืนยันการสั่งซื้อ หรือแสดงรายละเอียดของสินค้าที่จะซื้อกันเท่านั้น แต่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ในบางโอกาสที่จำเป็น เหมือนเมื่อหลายปีก่อนที่มีนโยบายการแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน เพียงแต่ต่างวาระและวิธีการกันเท่านั้น

ต่างกันอย่างไรล่ะ

ในบางครั้งที่ผู้ว่าจ้างหรือผู้ซื้อไม่ได้จ่ายเงินดาวน์ในโครงการที่มูลค่าสูง ๆ แต่เื่มื่อผู้ซื้อได้ออกใบสั่งซื้อให้แก่ผู้ขายหรือ ผู้ขายสามารถนำใบสั่งซื้อไปขาย factoring คล้าย ๆ การขายลดตั๋วกับธนาคารได้ เมื่อนำเงินทุนมาหมุนเวียนในโครงการ หรือพูดง่่าย ๆ ว่านำลูกหนี้ในอนาคตไปขายลดให้กับธนาคารนั่นเอง แต่การทำลักษณะนี้ธนาคารจะตรวจสอบและมักจะรับซื้องานที่มีความน่าเชื่อถือ หรือผู้ซื้อที่มีประวัติเรื่องการเงินดี เพื่อจะได้ไม่มีความเสี่ยงเมื่อถึงเวลาเก็บเงิน

บางคนอาจจะคาดไม่ถึงใช่มั้ยล่ะคะว่า ใบสั่งซื้อจะมีมูลค่า และราคาได้ขนาดนั้น ถ้าผู้ขายรายได้จะใช้วิธีนี้ก็ต้องคำนวณต้นทุนการเงินให้รอบด้านเสียก่อนที่จะเสนอราคาโครงการเพื่อที่ว่าเมื่อทำงานเสร็จแล้วจะได้มีรายรับเหมาะสมกับรายจ่าย และที่สำคัญเครดิตของผู้ขายก็ต้องดีเช่นกัน เพราะหากธนาคารเปลี่ยนใจไม่รับซื้ออาจจะมีปัญหาเรื่องเงินทุนหมุนเวียนเฉพาะหน้าก็เป็นได้

ดังนั้นจึงแนะว่าใครที่จะนำวิธีนี้ไปใช้ควรจะต้องปรึกษาธนาคารให้เป็นที่เรียบร้อยก่อนเพื่อจะไม่พลาดโครงการสำคัญและเสียหายในภายหลังนั่นเอง

เรื่องของ factoring อาจจะเป็นเหมือนเกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่นำมาฝาก แต่อาจจะช่วยให้ผู้ประกอบการบางรายไม่พลาดโอกาสดี ๆ ในโครงการใหม่ ๆ เพียงนำเทคนิคนี้มาใช้ก็เป็นได้ใครจะรู้ ?

แผ่นดินไหว และ สึนามิ ที่ญี่ปุ่น กระทบไทย? (3)

วันนี้ได้มีโอกาสพบ supplier รายหนึ่ง หลังจากพูดคุยกันเขาก็เล่าให้ฟังว่า ผลของ แผ่นดินไหว และ สึนามิ ที่ญี่ปุ่นน่าจะทำให้ค่ายฮอนด้าลดกำลังการผลิตลงประมาณ 60% ส่วนของผู้เขียนเองโชคดีหน่อยลดลงเฉลี่ยประมาณ15% ซึ่งถือว่าน้อย เพราะรายการที่มีปัญหาพวกเรานักจัดซื้อก็พยายามเสาะแสวงหาวิธีการแก้ปัญหากันจนรอดพ้นการที่จะต้องทำให้ลูกค้า stop line ได้ในที่สุด แต่กว่าจะได้ของมาก็เล่นเอาแย่ไปเหมือนกัน เพราะสองสัปดาห์แรกเป็นช่วงที่มืดมนที่สุด supplier ไม่มีคำตอบ เพราะญี่ปุ่นยังสรุปสถานการณ์ที่ชัดเจนไม่ได้ มีของหรือเปล่าก็ไม่รู้ ผลิตได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แล้วแผนจะเป็นอย่างไรก็ไม่รู้ พวกเราก็เลยต้องร่อน email กันทุก plant ทั่วโลกก็ว่าได้ พลิกแผ่นดินหาวัตถุดิบกันก็ว่าได้เลย แต่ในอีกมุมหนึ่งก็ต้องเข้าใจว่าเขาอยู่ในภาวะที่วิกฤติจะรับปากก็คงไม่กล้า จะปฏิเสธก็ไม่เชิง ก็อย่างว่าล่ะนะ หน้าที่เราคือหาวัตถุดิบก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้โรงงานเดินต่อไปได้ และลูกค้าไม่หยุด line การผลิต

เมื่อกลับมาถึงบ้านดูข่าวที่โตโยต้าประกาศลดกำลังการผลิตลง 30% ของไตรมาสนี้ จะเห็นว่าข้อมูลของสองค่ายใหญ่สอดคล้องกันคือ ถ้าเป็นผู้ประกอบรถยนต์รายใหญ่จะต้องลดกำลังการผลิตลงประมาณเกือบ 3 ใน 4

เพราะอะไร?

การเป็นนักจัดซื้อที่ดีต้องเป็นนักวิเคราะห์ด้วยนะคะ ที่เล่ามาก่อนหน้านี้ว่า supplier ได้พูดถึงว่าฮอนด้าลด 60% เราก็เลยอธิบายให้เขาฟังว่า ที่ของเราลดน้อย แต่ค่ายใหญ่ลดเยอะเนื่องจาก ของเราวัตถุดิบไม่มีปัญหาเลย อันนี้ต้องชมจัดซื้อนะเนี่ย :) (ที่จริงพวกเราทำงานเครียดกันมากเพื่อหาของมาให้ได้) แต่ที่ลดลงบ้างเพราะลดตามคำสั่งลูกค้าปลายทาง และอีกเหตุหนึ่งคือ เราผลิตแค่อุปกรณ์บางส่วนของรถยนต์เท่านั้น ดังนั้นความหลากหลายของวัตถุดิบจึงน้อยกว่าผู้ประกอบรถยนต์ทั้งคัน

อย่างไรกัน?

• ความเสี่ยงจาก supplier ที่จัดหาวัตถุดิบต่าง ๆ ที่นำเข้าจากญี่ปุ่น

• มีจำนวน supplier มาก ความเสี่ยงก็ยิ่งมาก เพราะแน่นอนว่าผู้ประกอบรถยนต์จะทำหน้าที่ประกอบจริง ๆ การผลิตส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของ supplier ที่จะจัดหาชิ้นส่วนสำเร็จ สารเคมี และวัตถุดิบอื่น ๆ

• แต่ละบริษัทจะมีรถยนต์มากมายหลายรุ่น เมื่อหลายรุ่น วัตถุดิบก็มีหลากหลาย จึงเป็นการยากที่จะเลี่ยงไม่ให้มีผลกระทบเลย

เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้นักจัดซื้อรู้ว่า การมีสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนร่วมงานต่างแดนนั้นสำคัญยิ่ง ถ้าเรามีมิตรแล้วล่ะก็ แค่เราร้องขอความช่วยเหลือเขาก็จะยื่นมือมาช่วยทันที แต่ถ้าเราไม่เคยตอบ email ไม่เคยติดต่อใด ๆ เลยอันนี้ลำบากหน่อย ต้องขอเล่าความประทับใจจากเพื่อนร่วมงานชาวที่ญี่ปุ่น บางคนก็เคยรู้จักและมาทำงานที่เมืองไทยเป็นครั้งคราว บางคนก็ไม่เคยรู้จักเลย แต่ปรากฎ เหตุการณ์สึนามิครั้งนี้ เขาให้ความช่วยเหลืออย่างดี เมื่อรู้ว่าเราเดือดร้อนและ email ขอความช่วยเหลือทุกคนน่ารักมากกุลีกุจอทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องสักเท่าไร ประเทศ ๆ อื่น ๆ ก็ให้ข้อมูลอย่างดีทั้งสาธารัฐเชค และอเมริกา ข้อนี้เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่อยากแนะนำให้นำไปใช้ แล้วจะรู้ว่ามิตรแม้มีจริงได้เพียงคุณต้องรู้จักให้เขาก่อน หรือแสดงความจริงใจทุกครั้ง เราอาจจะเสียเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอบ email แต่จะทำให้เขารู้สึกเกรงใจ ถึงแม้เราจะช่วยอะไรเขาไม่ได้มาก แต่ได้ใจค่ะ ที่น่ารักไปกว่านั้น มีเพื่อนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งเขา email email มาขอบคุณแทนคนญี่ปุ่นที่ได้รับความช่วยเหลือจากคนไทยเราก็เลยพลอยหน้าบานแทนคนไทยใจดีทุกคนไปด้วย :)

แผ่นดินไหว และ สึนามิ ที่ญี่ปุ่น กระทบไทย? (2)

ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา นักจัดซื้อทั้งหลายที่ดูแลสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นคงมีความสุขน้อยลงกันเป็นแน่ ต้องเชื่อว่าทุกคนต้องสาละวนอยู่กับการติดตามสินค้า แผนการผลิต และสรุปภาพรวมของเหตุการณ์ทั้งหมด

สองสัปดาห์แรกน่าจะเป็นเวลาที่อึดอัดที่สุดสำหรับทุกคน เพราะผู้ถามก็อยากรู้คำตอบเพราะถูกกดดันจากฝ่ายบริหาร ฝ่ายผู้ตอบก็อยู่ในภาวะที่ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี เนื่องจากผลการสำรวจหน้างานก็ยังไม่เสร็จ โรงไฟฟ้าก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ บางโรงงานยังไม่สามารถทำการผลิตต่อได้ สินค้าเสียหายทั้งหมด หรือบางโรงงานทำงานบ้างไม่ทำงานบ้างตามนโยบายแบ่งกันใช้พลังงาน

สองสัปดาห์ผ่านไปเริ่มชัดเจนขึ้นแล้วว่าโซนอุตสาหกรรมในแถบอิบารากิที่คล้าย ๆ มาบตาพุดบ้านเราเสียหายมาก โดยบรรดาสารเคมีที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นทั้งหลาย งานนี้ถึงไม่ได้เดือดร้อนกระทบเฉพาะเอเซียเท่านั้น แต่กระทบไปทั่วโลก เพราะทั้งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ ล้วนพึ่งพาวัตถุดิบสำคัญจากญี่ปุ่นทั้งสิ้น ต้องชมว่าญี่ปุ่นวางกลยุทธ์เรื่องนี้ไว้ดี และเขาก็เก่งที่สินค้าหลาย ๆ อย่างยังไม่มีใครพัฒนาให้เทียบเ ท่าเขาได้ ใครจะไปคิดว่า เหตุเกิดที่ญี่ปุ่น แต่ต้องทำให้โรงงานบางโรงที่ยุโรป หรือ อเมริกา ต้องปิดตัวไป

ข้อนี้ในฐานะนักจัดซื้ออาจจะเป็นการบ้านที่ต้องไปคิดต่อว่า วัตถุดิบบางรายการคงต้องมองแหล่งผลิตอื่นไว้บ้าง เพราะในยามฉุกเฉินอาจจำเป็นต้องใช้ การใช้สินค้าที่เป็น monopoly เพียงอย่างเดียว หรือไม่เคยมีการ sourcing หาแหล่งใหม่ ๆ อาจจะทำให้เราถึงทางตันในยามวิกฤตได้

วันนี้จึงนำแผนที่การเกิดแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นมาฝากเพื่อน ๆ ให้ศึกษาถึงแหล่งการผลิต และเมืองสำคัญ ๆ ของญี่ปุ่นจะได้เข้าใจทั้งระบบ ทั้งแหล่งการผลิต การขนส่งทางอากาศ ทางเรือ และที่สำคัญเราควรจะต้องรู้ด้วยว่า สินค้าเราผลิตที่ไหน ส่งออกจากท่าเรือใด และยังสามารถใช้เป็นแหล่งข้อมูลในการรายงานต่อผู้บริหารอีกด้วย

แผนที่การเกิดแผ่นดินไหว และ สึนามิ

แผ่นดินไหว และ สึนามิ ที่ญี่ปุ่น กระทบไทย?

ได้ยินข่าว แผ่นดินไหว และ สึนามิ ที่ญี่ปุ่นแล้วก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับเพื่อน ๆ ชาวญี่ปุ่น แต่เราในฐานะจัดซื้อ เหตุการณ์นี้กระทบพวกเราอย่างไรบ้าง?

สินค้าที่มาทาง airfreight และน seafreight วันนี้กระทบแน่ ๆ เพราะต้องหยุดชั่วคราวเนื่องจากเหตุการณ์ รุนแรงมาก แต่คิดว่าน่าจะเป็นแค่ช่วงสั้น ๆ เพราะด้านที่ได้รับผลกระทบ อาชีพหลักเป็นเกษตรกรรมและประมง  ดังนั้น ใครที่นำเข้าวัตถุดิบสำหรับอาหารญี่ปุ่นน่าจะหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ ก็อาจจะต้องหาทางออกกันไว้แต่เนิ่น ๆ  ถ้าใครถึงทางตันก็แนะนำให้หาสูตรใหม่ใช้ของไทยมาดัดแปลงเลยก็ได้นะ ของแปลกอาจจะขายดีก็ได้ ที่สำคัญ สูตรใหม่ ไม่เหมือนใครนี่แหละที่ทำให้นักการตลาดประสบความสำเร็จมานักต่อนักแล้ว

แล้วภาคอุตสาหกรรมอย่างเรา ๆ ล่ะ เท่าที่ประเมินระยะสั้นจะมีเรื่องของการขนส่งสินค้า เพราะโตเกียวและนาริตะโดนหางเลข ก็เลยงดการขนส่งชั่วขณะ ผลกระทบคงแค่สองสามวัน ยังไงนักจัดซื้อก็อย่าหงุดหงิดไปเลยเพราะญี่ปุ่นเขาเดือนร้อนกว่าเราเยอะ ของเราแค่หาง ๆ เอง

ถ้ามองระยะยาว สินค้าภาคอุตสาหกรรมที่เราส่งกลับไปญี่ปุ่น ถ้าอะไรที่เกี่ยวกับงานโครงสร้างพื้นฐานน่าจะดี เพราะต้องซ่อมแซมอีกนาน หรือสินค้าปัจจัยสี่ก็เช่นเดียวกัน เพราะสภาพความเสียหายของบริเวณที่ประสบภัยเสียหายหนักมากจึงควรจะต้องการสินค้าพื้นฐานที่กล่าวมาแล้ว

ทั้งหมดนี่เป็นเพียงการวิเคราะห์จากข้อมูลคร่าว ๆ ก็อยากให้คนที่นำไปใช้พิจารณาให้รอบคอบและเหมาะสมอีกครั้งค่ะ

น้ำมันขาดตลาด

น้ำมันขาดตลาด ที่เกิดกับบ้านเราอยู่ตอนนี้ก็เหมือนสินค้า shortage แล้วเราในฐานะนักจัดซื้อควรทำอย่างไร? ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ จะยกตัวอย่างเหตุการณ์จริงที่ครั้งหนึ่งที่สินค้าที่สั่งมาพอดิบพอดีเกิดขาดไป 1 ถัง 200 ลิตร ด้วยอุบัติจากการทำงาน เรือกำลังจะเข้าแต่ไม่ทันแน่ สินค้าจะ shortage ในวันจันทร์ ขณะนั้นเป็นเย็นวันศุกร์ ไม่มีเวลาเหลือเลย  ถ้ามีวัตถุดิบมาหยุดการผลิตแน่นอน ซึ่งจะต้องโดนค่าปรับมหาศาล  แล้วทำยังไงดี?

ไม่มีทางเลือกค่ะ airfreight อย่างเดียว สาเหตุไม่ได้เกิดจากเราก็จริง แต่เราเป็นคนดูแลวัตถุดิบ ไม่มีเหลือเวลาอีกแล้ว ต้องตัดสินใจโทรไปต่างประเทศ ขอให้เข้าดำเนินการ airfreight ให้ด้วย ทำเอกสารชั่วคราวไปก่อน เอกสารอื่นต้องทำตามไปให้ (แต่งานนี้ต้องให้เจ้านายรับทราบก่อนนะคะ ห้ามทำโดยพลการเด็ดขาด ต้องมียันต์กันตัวเองด้วย การกล้าตัดสินใจเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของการไม่ลุแก่อำนาจ หรือตัดสินใจโดยพลการ หรือไม่มีใครทราบเลย ถึงแม้จะเป็นการช่วยบริษัทแก้ปัญหา แต่ก็ดีกว่าถ้าให้คนที่มีอำนาจอนุมัติรรับทราบด้วยวาจาเป็นอย่างน้อย) supplier ก็น่ารักช่วยเหลือเต็มที่และเกลี้ยกล่อมทีมงานเขาให้ทำงานให้จนสามารถนำของมาจนได้

สินค้ามาถึงเย็นวันจันทร์พอดี รอดตายแบบเส้นยาแดงผ่าแปด ก็ว่าได้

ที่จริงสินค้า shortage แก้ไม่ยาก ไม่มีอะไรมาก คือ ข้อมูลต้องแม่นยำว่า เรา shortage เท่าไร?  วันไหน?  แล้วต้องการใช้สินค้าระหว่างนั้นเท่าไร?  อย่างกรณีที่เล่าให้ฟังข้างต้น ก่อน airfreight ก็ประเมินกันแล้วว่าสั่งสินค้าแค่ 1 ถัง ก็พอ เพราะมีสินค้าที่สั่งทางเรือปกติกำลังจะเข้ามาถึงอยู่แล้วก็ไม่จำเป็นต้องสั่งมามาก

การทำงานไม่ว่าจะอยู่จุดใด ต้องกล้าคิด กล้าน้ำเสนอ กล้าตัดสินใจ ถ้ามัวแต่กลัว ๆ กล้า ๆ ก็จะช้าเกินไป สุดท้ายก็จะกลายเป็นไฟลามทุ่ง ทีนี้ก็ดับล่ะสิ เพราะต่างคนต่างเดือนร้อน ทุกคนจะจะตัวรอด ไม่มีใครที่จะหันมาช่วยส่วนรวม  เหมือนกรณี น้ำมันขาดตลาด สุดท้ายอาจจะต้องทนกินน้ำมันแพงที่กักตุนไว้ก็ได้นะ จะบอกให้

การบริการหลังการขาย สำคัญอย่างไร?

มีกรณีหนึ่งอยากนำมาฝากผู้อ่านเกี่ยวกับ การบริการหลังการขาย ในแง่มุมต่าง ๆ  กรณีดังกล่าวเป็นการซื้อสินค้าที่เจ้าของแบรนด์เนมดังแถบยุโรป ที่ย้ายฐานมาผลิตในจีน ข้อนี้หลาย ๆ คนก็ต้องทำใจกันไว้เลยนะคะว่า ยังไงซะก็ไม่มีทางเหมือนเครื่องจักรที่มาจากยุโรปแน่นอน

ปัญหามีอยู่ว่า เมื่อพ้นระยะรับประกันเครื่องเกิดมีปัญหา ทางเราก็เรียกบริษัทที่เป็นตัวแทนในประเทศดูแลเรื่องการบริการหลังการขายมาซ่อม ปรากฎว่าผ่านไปหลายวันก็ยังซ่อมไม่ได้ จนเราต้องดินรนหาวิธีด้วยตนเองเพิ่มจนสุดท้ายก็ซ่อมได้ และแล้วใบเสนอราคาค่าซ่อมก็มาถึงด้วยราคาจัดว่าแพงกว่าผลงานที่ปรากฏ ประกอบกับต้องมาทำงานหลายวัน ยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายยิ่งสูงมากกว่าที่ควรจะเป็น แน่นอนว่าในฐานะจัดซื้อก็ต้องขอกลับไปให้เขาพิจารณาใหม่ให้เหมาะสมกับ market level หรือราคาตลาด ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาก็ถูกต่อว่าต่อขานจากทีมงานอยู่พอสมควร พนักงานขายเริ่มอารมณ์ขุ่นมัว จาก positive thinking ก็กลายเป็น negative thinking เริ่มใช้วาจาประชดประชัน แล้วก็ตบท้ายว่า งานนี้ทำฟรีก็ได้ โอ้โห ถ้าเป็นบริษัทครอบครัวนี่เขายิ้มเลยนะ แต่ด้วยความที่เราไม่ได้มีนโยบายที่จะไปเอาเปรียบผู้ขาย แต่ต้องการเพียงราคาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง

เชื่อมั้ยคะว่ากรณีนี้คุยกับพนักงานขายไม่รู้เรื่องแล้วก็สรุปว่าจะให้ราคาแบบถูก ๆ ประชดประชันลูกค้า ฝ่ายทีมงานเราก็กลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องการบริหารในอนาคต

ถ้าเป็นคุณจะทำอย่างไร?

งานนี้ผู้เขียนต้องไปสืบที่มาที่ไปของบริษัทผู้ขาย นิสัยใจคอของแต่ละคนตั้งแต่ผู้บริหารลงมากับทีมงานที่ติดต่อตั้งแต่แรก สุดท้ายก็ขอเบอร์กรรมการผู้จัดการเพื่อโทรไปอธิบายสิ่งที่เราต้องการว่าเป็นแบบนี้นะ เราไม่ได้ต้องการเบี้ยว แต่เราต้องการราคาที่สมเหตุสมผล สุดท้ายก็จบลงด้วยเขาลดให้ 50% เพราะเขาก็ยอมรับในระดับหนึ่งว่างานนี้ยากจริง เพราะเป็นเครื่อง special ความชำนาญอาจจะยังมีไม่มากเท่าที่ควร เลยทำให้ผลงานดูจะไม่ดีเท่าที่ควร ส่วนฝ่ายเราก็ทำให้ผู้บริหารพอใจพอสมควรว่าไม่ได้จ่ายแพงจนเกินไปแล้วไม่ได้อะไรเลย ก็ win win ไป แล้วก็ปรับความเข้าใจกันว่าครั้งต่อไปจะมาคุยราคามาตรฐานที่เหมาะสมกันใหม่ คือ กรณีแบบนี้ก็ต้องเข้าใจเราด้วยว่า เราไม่สามารถหลับหูหลับตาจ่ายโดยไม่ดูอะไรเลยนั้นเป็นไปไม่ได้

สุดท้ายพนักงานขายเขาก็อ่อนลง แถมยังได้เงินเพิ่มขึ้น แล้วก็ไม่ต้องมีปัญหากับลูกค้าด้วย

ยากให้กรณีนี้เป็นกรณีศึกษาสำหรับท่านใดที่เป็นพนักงานขายว่า การตอบลูกค้าแบบประชดประชันนั้นไม่มีประโยชน์ เพราะถ้าคุณเจอลูกค้าขี้ฟ้องวันรุ่งขึ้นอาจจะไม่มีงานทำก็ได้ใครจะรู้?

แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณคุยกับลูกค้าดี ๆ ด้วยเหตุผล หากลยุทธ์ก่อนที่จะมาคุยกับลูกค้า เผลอ ๆ อาจจะได้ลูกค้าเพิ่มอีกก็ได้

การบริหารหลังการขายไม่ว่าจะเป็นการบริการเรื่องอะไหล่ การซ่อมบำรุง การ training  เมื่อมีเทคโลยีหรือกฎหมายใหม่ ๆ หรือการให้คำปรึกษาลูกค้าเมื่อเกิดปัญหาในการใช้งาน เป็นที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าได้ไม่ยาก เพียงอย่างแรกที่ลูกค้าอยากได้มากที่สุดคือ ความใส่ใจ ที่เหลือได้ใจลูกค้าไปแล้วกว่าครึ่ง