Factoryguideline ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม สำหรับคนอุตสาหกรรม

อย่างที่เคยเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้ว่ากำลังแอบซุ่มทำ industrial website ตอนนี้ถึงเวลาตัดริบบิ้นเปิดตัวกันแล้วนะคะ สำหรับ ww.factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม สำหรับคนอุตสาหกรรม เป็นทั้งแหล่งความรู้ ควบคู่ไปกับเรื่องเบา ๆ หลากหลายเรื่องราวให้เพื่อน ๆ ได้แวะเวียนกันมาเยี่ยมชมได้ที่  www.factoryguideline.com หรือ facebook เพื่อน ๆ ท่านใดที่มีธุรกิจแล้วอยากให้ช่วยนำเสนอยินดีนะคะ เพียงส่งรายละเอียดสินค้า และอาจจะขอสัมภาษณ์เพิ่มเติมบ้าง หรือใครมีความรู้อยากแบ่งปัน จะเป็นนักเขียนประจำก็ยินดีเช่นกันค่ะและที่พิเศษกว่านั้นเราไม่่ได้มีเพียงอุตสาหกรรมมเท่านั้นนะคะ ยังมีแง่มุมอื่น ๆ ที่อาจจะช่วยให้เพื่อน ๆ ได้พัฒนาวิชาชีพ หรือสนับสนุนธุรกิจอีกด้วยนะคะ แล้วอย่างลืมแวะไปเยี่ยมเยียนที่บ้านใหม่กันนะคะ

industrial website จะเปิดใหม่เร็ว ๆ นี้

หลังจากทดลองทำเว็บด้วย wordpress ที่เป็น template ฟรี เล่น ๆ มาสองสามปี ปีนี้ถึงเวลาที่จะเปิดเว็บไซด์ของจริงเป็นเรื่องเป็นราวกันแล้วล่ะค่ะ เพื่อน ๆ อดใจรอสักพักนะคะ ตอนนี้กำลังพัฒนาโครงสร้าง และเนื้อหาเพื่อตอบสนองความต้องการของบรรดาสมาชิกในแวดวงอุตสาหกรรมทั้งหลาย หากใครมี idea เด็ด ๆ  ที่อยากแชร์ก็ยินดีนะคะ หรือถ้าใครสนใจอยากเป็นนักเขียนก็เปิดกว้างเช่นกันค่ะ ส่วนใครที่มีผลิตภัณฑ์ที่อยากเปิดตลาด แต่ไม่มีเว็บไซด์ของตัวเองก็สามารถใช้พื้นที่ของเว็บใหม่นี้เป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์ได้เช่นกันค่ะ แต่ต้องเตรียมเนื้อหา รูปภาพ (แบบที่ถูกลิขสิทธ์ไม่ลอกเลียนใคร) มาเองเท่านั้นเองค่ะ  นอกจากนี้เรายังมีแผนที่จะสัมภาษณ์ผู้ประกอบการหรือผู้บริหารอีกด้วยเช่นกันค่ะ ยังมีประเด็นอื่น ๆ อีกมากมายที่เตรียมนำเสนอ อดใจรอกันสักหน่อย แต่ระหว่างนี้ใครสนใจเรื่องอะไรสามารถติดต่อได้ที่ email give.toi@gmail.com นะคะ เพื่อช่วยกันพัฒนาแวงวงอุตสาหกรรมให้พัฒนารุดหน้ายิ่งขึ้นไปค่ะ

เทคนิคการลดต้นทุนด้าน Telecomunication

มีคำถามจากเพื่อนนักจัดซื้อท่านหนึ่ง ถามไว้ประมาณเดือนหนึ่งแล้ว เพิ่งจะมีเวลามาตอบ คำถามมีดังนี้ค่ะ

รบกวนเรียนถามเกี่ยวกับ หลักการทำ cost reduction ในส่วนของค่าใช้จ่ายบริษัท เช่น การลดค่าโทรศัพท์ ที่่เกิดจากเบอร์ Fixed line
ซึ่งมีการโทรเข้า ทั้งเบอร์มือถือ เบอร์ 02, Intercall ซึ่งบริษัท จะต้องมีค่าใช้จ่ายในการเช่าหมายเลขถึงเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งถ้ารวมกับค่าโทรแล้ว เดือนนึง ๆ จะตกประมาณ เดือนละ 30,000 กว่าบาท หากมีเป้าหมายว่าต้องการลดค่าโทรลงจาก Average ต่อเดือน อยู่ที่ 30%

เราควรที่จะแยกเป็นประเภทของการใช้งานออก และตั้ง target ย่อย โดยที่ไม่ต้องเอาค่าเช่ามาเกี่ยวด้วย หรือ ทุกอย่างที่เราต้องจ่ายในส่วนของค่าโทรฯ ด้วยค่ะ หลักการที่ถูกต้องคืออะไรคะ  ควรที่จะคิดเฉพาะค่าโทร โดยไม่เอาค่าเช่ามาเกี่ยวด้วยไหม
จะตอบในหลักใหญ่ก่อนนะคะ แล้วให้ลองไปปฏิบัติต่อ การปฏิบัติเท่านั้นจึงจะเห็นผลและเข้าใจจริง แนะนำดังนี้ค่ะ
1. ให้ summary ค่าใช้จ่ายแต่ละเบอร์ออกมาก่อน
2. ทำ cost breakdown ว่าแต่ละเบอร์ใครใช้บ้าง มีความเหมาะสม จำเป็นหรือเปล่า แบ่งเป็น percentage ออกมา พอเริ่มลงลึกเราจะเริ่มเห็นรายละเอียด ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ต่อ
3. supplier ปัจจบันใช้ใครอยู่ คู่แข่งในตลาดมีใครบ้าง ใน condition เหมือนกันคู่แข่งราคาเท่าไร มี promotion? contract condition เป็นอย่างไร
4.  เปรียบเทียบราคา และประสิทธิภาพในการใช้งาน
5.  ที่กล่าวมามีเบอร์แฟกซ์หรือเปล่า ถ้ามีต้องทำ target ให้เป็นศูนย์ เปลี่ยนไปใช้ email & paperless ใช้ soft file แทน hard file
6. นอกจากเรื้่องโทรศัพท์ งานที่เกี่ยวเนื่องกันที่ควรพิจารณาเรื่องต้นทุนด้วยเช่นกันคือ Internet, bandwidth, การ back up ข้อมูล ให้มองเป็น package โดยรวม ประสานงานกับ IT โดยอาจจะแบ่งเป็น commodity เล็ก ๆ เช่น โทรศัทพ์ inernet และอืน ๆ
ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปนะคะ แต่เป็นคำตอบที่บอกวิธีหาปลาคร่าว ๆ ลองกลับไปทำการบ้านก่อน แล้วติดตรงไหนให้กลับมาถามใหม่ค่ะ พอทำได้สัก 1 project แล้วจะรู้ว่าการทำ cost reduction สนุกมาก ไม่ยากอย่างที่คิด หัวใจคือ
1. ข้อมูลต้องพร้อม และการทำ report ใน excel ควระเอื้อต่อการนำมาทำ pivot เพื่อง่ายต่อการวิคราะห์หรือการทำรายการในขั้นต่อไป
2. วิเคราะห์ปัจจัยรอบด้าน
3. Target องค์กรต้องชัดเจน ไม่เช่นนั้นไม่สำเร็จ เพราะบางส่วนจะรู้สึกว่างานเพิ่ม
4. ควรกำหนด KPI ให้ชัดเจน และมีการประเมินผลสิ้นปีเพื่อเป็นกำลังให้พนักงานที่สามารถทำตาม KPI ได้สำเร็จ ข้อนี้สำคัญมาก KPI จะเป็นตัวขับเคลื่อนกิจกรรมเหล่านี้ เพราะถ้าใครไม่มีผลงานสิ้นปีก็จ๋อยค่ะ
เห็นมั้ยคะต้องติดแต่เรื่องเก็บ data วางแผนเพื่อให้ทำรายงานขั้นต่อไปด้วยข้อมูลที่เก็บมาแล้ว Pivot &Vlookup คือหัวใจด้านการบริหารข้อมูลค่ะ
ลองกลับไปทำก่อนนะคะ ขอให้เชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ถ้าตั้งใจจริง

สมาคมสโมสรนักลงทุน : สัมมนาข้อควรรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้เรียนรู้อะไรบ้าง

วันนี้มีโอกาสไปสัมมนาในหัว “ข้อควรรู้เกี่ยวกับการส่งเสริมการลงทุน”  ของสมาคมสโมสรนักลงทุน ที่โรงแรมอมารี ดอนเมือง โดย อาจารย์สุทธิเกตุติ์ ทัดพิทักษ์กุล นักวิชาการส่งเสริมการลงทุน ระดับชำนาญพิเศษ ให้ความรู้พอสรุปคร่าว ๆ ได้ดังนี้ค่ะ

1. พื้นฐานโดยรวมตั้งแต่ขั้นตอนแรกว่าจะต้องเตรียมข้อมูลก่อนการยื่นขอ BOI

2. ภาพรวมของสิทธิประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ที่จะได้รับ เช่น ได้รับยกเว้นอากรนำเข้า ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และผลทางอ้อมทำให้บริษัทมีผลประกอบการที่ดีขึ้นในช่วงที่ได้รับการยกเว้น

3. นโยบายและเงื่อนไข ประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมได้แก่

3.1 เกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตร ข้อนี้จะต้องอยู่ในรูปสหกรณ์ หรือนิติบุคคลเท่านั้น

3.2 เหมืองแร่ เซรามิกส์ และโลหะขั้นพื้นฐาน

3.3 อุตสาหกรรมเบา

3.4 ผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง

3.5 อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า

3.6 เคมีภัณฑ์ กระดาษ และพลาสติก

3.7 กิจการบริการ และสาธารณูปโภค

4. โครงสร้างและการให้บริการของ BOI

5. หลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์

6. เขตการลงทุนใน Zone ต่าง ๆ ซึ่งจะมีผลต่อสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่่ BOI ต้องกำหนด zoning ก็เพื่อดึงดูดใจให้ผู้ประกอบการไไปลงทุนในเขตใหม่ ๆ เพื่อลดความแออัด และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม สังคม

7. ประเภทกิจการที่มีโอกาสได้รับการส่งเสริม ประเด็นนี้มีข้อที่น่างสังเกตและอาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆที่มีธุรกิจภาคเกษตรอาจจะนำไปต่อยอดเพื่อขอ BOI ได้ค่ะ หรือไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานทดแทนชีวมวลแทนน้ำมันเตา หรือพลังงานอื่น ๆ เพื่อลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โครงการเหล่านี้สามารถนำมายื่นโครงการได้เช่นกันค่ะ โดยสำนักงานจะพิจารณาเป็นโครงการ ไม่ได้พิจารณาในรูปบริษัท

8. เงื่อนไขทางการเงิน ประเด็นสำคัญในข้อนี้คือ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียนต้องอยู่ในเกณฑ์ 3 : 1 แต่ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต้องไปศึกษาเพิ่มเติมหากสนใจที่จะยื่นขอสิทธิ

9. อัตราส่วนการถือหุ้นของไทยและต่างชาติ

10. การใช้เครื่องจักรใหม่ แต่หากเป็นเครื่องจักรเก่าจะยกเว้นเฉพาะเครื่องจักรนำเข้า อายุไม่เกิน 10 ปี ที่มี third party ที่เป็นที่ยอมรับของรัฐบาล หรือหน่วยงานอื่นเช่น TGI, SGS, บริษัทที่ให้บริการจัดทำ ISO  ในกลุ่ม 17020 เท่านั้น

11. สิทธิประโยชน์ทางภาษีของการนำเข้าเครื่องจักร และวัตถุดิบ รายละเอียดในการต่ออายุ การเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล

ระหว่างสัมมนาเขียนคำถามไปประมาณเกือบสิบข้อ อาจารย์ตอบได้ชัดเจนมากสมกับเป็นผู้ชำนาญพิเศษจริง ๆ ค่ะ เพื่อน ๆ ท่านใดที่อยู่ในองค์ที่ยังไม่ได้ขอ BOI ลองไปหาความรู้เพิ่มเติมกันดูนะคะ  หลักการกว้าง ๆ ของ BOI คือ ยกเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบที่ประเทศไทยผลิตไม่ได้ และเมื่อนำเข้ามาแล้วจะต้องมีการ add value หรือนำมาผลิตต่อ การผลิตต่อนี่เองที่จะสร้างมูลค่า สร้างงาน ให้กับประเทศไทยให้เติบโตทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยจะได้รับการยกเว้นภาษีในระยะแรก ลดหย่อนในระยะต่อมา เมื่อธุรกิจมั่นคงสิทธิจะค่อยๆ ลดลงไปตามอายุของบัตรส่งเสริม

ธุรกิจที่มีโอกาสนำไปต่อยอดได้โดยใช้ทุนไม่สูงจนเกินไป อาทิเช่น ธุรกิจรีไซเคิล ธุรกิจเกษตร และอีกธุรกิจที่ BOI ให้สิทธิค่อนข้างมากคือ ธุรกิจแม่พิมพ์ หรือธุรกิจบริการก็มีโอกาสเช่นกัน ลองตรวจสอบ รายละเอียดเพิ่มเติมกันได้ที่

www.boi.go.th

www.asidnet.org

www.ic.or.th

KFC Crusher ได้อะไรจากการเปลี่ยนแปลง?

สองสามสัปดาห์ก่อนเลิกงานดึก หิว ๆ ก็เลยว่าจะแวะไปร้าน KFC แต่เห็นร้านกำลังปรับปรุง ซึงปกติฉันไม่ชอบทานอาหารประเภทนี้ แต่ด้วยย่านโรงงานที่่ฉันทำงานจะเริ่มหาของทานยากในเวลานั้น หรือไม่ก็ต้องไปเผชิญรถติดด้านดอนหัวฬ่อ ข้อนั้นฉันไม่เลือกแน่

วันจันทร์ที่ผ่านมาเลิกเกือบสองทุ่ม เริ่มหิวมาก ขืนหิวท้องไปบ้านต้องปวดท้องแน่นอน เลยวนรถมาดูอีกรอบเพราะครั้งก่อนยังปรับปรุงร้านอยู่คาดว่าน่าจะเกือบเสร็จแล้ว และเป็นดังคาด เหลือแค่ติดไฟหน้าร้านนิดหน่อย พอเข้าไปก็เริ่ม image ใหม่ เป็น KFC Crusher  พนักงานหน้าเคาน์เตอร์เหลือคนเดียว ชุดจาน ช้อน ส้อม มีด กระดาษทิชชู และซอสถูกนำมารวมกันอยู่ตรงกลาง คล้าย food center

พอเห็นเท่านั้นเลือดของความเห็นนักอุตสาหกรรมก็เข้าใจในบัดดลว่า เปลี่ยนโฉมเปลี่ยนชื่อนี่ เปลี่ยน jiont venter หรือเปล่านะ เพราะปกติจะมีนัยยะแบบนั้น แต่ข้อนี้ไม่แน่ใจเพราะไม่ได้ติดตาม และอีกข้อที่เห็นเป็นเรื่องของการลดต้นทุนอย่างชัดเจนคือ การ relayout จากเดิมพนักงานเตรียมอุปกรณ์ในการรับประทาน มาเป็น self service คือการลด process ในการ operation ให้น้อยหรือสั้นลง ผลักภาระไปให้ลูกค้าทำแทน พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ลดทันทีประมาณสองคน นี่คือ improvement ที่เห็นได้ชัดเจน  ซึ่งก่อนหน้านี้จะสังเกตว่าได้มีการเปลี่ยนการวางซอสจากเดิมวางโต๊ะละขวดเป็น จุดเติมด้วยจานเล็ก ๆ กดแค่สองสามครั้งก็เติมถ้วย และควบคุมด้วย shot ในการกด เป็นการควบคุมปริมาณการบริโภคของลูกค้าทางอ้อม และสามารถประมาณการบริโภคได้แม่นยำขึ้นอีกด้วย

วิธีการ improvement แบบนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากเรารู้จักสังเกตและนำมาประยุกต์ใช้ได้ไม่ยาก และยังลดต้นทุนได้อีกด้วยนะคะเพื่อน ๆ

ทำอย่างไรให้ลูกค้ารับนัด?

เชื่อเหลือเกินว่านักจัดซื้อหลาย ๆ คนคงเคยประสบกับเหตุการณ์นี้มาก่อน ตัวผู้เขียนพบเจอเกือบทุกวันจนเป็นเรื่องชินไปแล้ว และเมื่อวานอีกเช่นกัน มีนักขายชายท่านหนึ่งโทรมาราวสิบโมงเช้า และแจ้งความจำนองว่า (ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่คงวัดดวงโทรมา) พี่ครับผลมาพบลูกค้าที่อยู่ข้าง ๆ โรงงานพี่ ผมเลยจะแวะเข้ามาพบพี่ตอนเท่านั้นเท่านี้โมง คือกำหนดเวลา พูดเอง เออเอง เรียบร้อย ปล่อยให้ผู้เขียนนั่งเขาบรรยายความต้องการจนจบ สรุปได้ว่าเหมือนบังคับนัด ผู้เขียนจึงตอบไปว่า พี่ไม่สะดวกนะคะ คงต้องเป็นโอกาสหน้าค่ะ  เขาไม่ละความพยายามที่จะไม่เสียเที่ยวของการมาครั้งนี้ ยังตื้อไม่เลิก   อยากให้นักขายที่ชอบทำแบบนี้ย้อนกลับไปดูนะคะว่า ถ้าทำแบบนี้แล้วลูกค้าจะยินดีพบท่านหรือไม่ เพราะแต่ละคนวันทั้งวันบางครั้งน้ำยังไม่มีเวลาจะดื่มเลย ยุ่งทั้งวัน ดังนั้นคนที่มาโดยไม่ได้นัดต้องทำใจไว้เลยว่าคุณจะไม่ได้พบนัดจัดซื้อ ที่สำคัญถ้าเราจะเป็นคู่ค้ากันควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ให้เกิดความประทับใจ วันนี้ไม่ซื้อ วันหน้าอาจจะเป็นลูกค้ากันก็ได้ แต่อย่าไปบังคับลูกค้า

สำหรับตัวผู้เขียนเองเจอกรณีแบบนี้บ่อยมาก ต้องบอกตามตรงว่าต้องเลือกปฏิเสธ เพราะถ้าเรารับนั้นสะเปะสะปะวัน ๆ เราจะกลายเป็นนักบุญพบนักขายทั้งวัน งานการไม่ต้องทำ แต่เราควรจะพบกับรายที่เรามีเป้าหมายชัดเจนที่จะทำธุรกิจร่วมกัน หรือผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจ ต่อยอดการพัฒนาด้านอื่น ๆ ได้ ดังนั้น นักขายเองต้องเข้าใจประเด็นเหล่านี้ด้วย บอกได้เลยว่าถ้าแค่ได้พบ แจกนามบัตร แคตาล็อกอย่างเดียว แต่ไม่ได้ใจลูกค้า เสียเวลาเปล่า เพราะเมื่อคุณหันหลังกลับเขาก็ลืมคุณไปแล้ว

บางคนมากกว่านั้น โทรเข้ามาหลายครัั้งจนเราจำได้ ก็ต้องย้ำว่าเราไปแล้วนะว่าหลักเกณฑ์ของเรามีอะไรบ้าง หากไม่เข้าหลักเกณฑ์ไม่มีประโยชน์ที่จะนำเสนอ เพราะจะเสียเวลาทั้งคู่

ก็แค่อยากแชร์ประสบการณ์ให้น้อง ๆ นักขาย ก่อนจะนัดหมาย ต้องเดาใจให้ได้ก่อนว่าลูกค้าต้องการอะไร ผลิตภัณฑ์ที่ดี บริการเยี่ยม  หรือราคาต้องถูกแสนถูก (แต่จัดซื้อยุคใหม่ ต้องใช้หลักการ QCD นะคะ อย่ามองแค่ของถูก อาจจะเสียน้อยเสียยากก็ได้ค่ะ)  ที่สำคัญคุณความต่างอะไรจะไปนำเสนอ สำหรับผู้เขียนเองในฐานะที่ต้องทำงานกับบริการข้ามชาติ เราให้น้ำหนักเรื่อง improvement สูงมาก ซึ่งจะส่งผลถึง  การประหยัดพลังงาน, green product, ลดการใช้วัตถุดิบ โดยรวมแล้วคือการลดการใช้ทรัพยากรของโลกและการลดต้นทุนนั่นเองค่ะ ที่ลูกค้าทุกวันนี้อยากได้  ถ้าสามารถนำเสนอเรื่องเหล่านี้ ยุ่งแค่ไหนก็จะพยายามหาเวลานัดจนได้ค่ะ

ควรตัดสินใจแทนลูกค้าหรือไม่?

หลังจากห่างหายไม่ได้เขียนบทความไปเกือบปี วันนี้ได้ฤกษ์กลับมาเขียนเรื่องที่พบประสบมาสด ๆ ร้อน ๆ วันนี้เอง  สองสามสัปดาห์ก่อนได้สอบถามราคาสินค้านำเข้าพิเศษจากยุโรป เป็นสินค้าที่ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทย เมื่อสามสี่ปีก่อนเคยสอบราคาผู้แทนจำหน่ายก็ตอบว่าต้องรออย่างน้อยสี่เดือน ขอ sample ก็ไม่ได้ ตอนนี้ก็ล้มเลิกการใช้ไป บังเอิญระยะนี้อาจจะต้องกลับมาใช้สินค้ารายการนี้อีก จึงขอราคาไปอีกรอบ คำตอบก็แทบจะเหมือนเดิม ซึ่งเราก็แจ้งไปแล้วว่าขอคำตอบด่วนนะ เสนอราเลยว่า air freight เท่าไร และ sea freight เท่าไร

จนวันนี้ประมาณสามสัปดาห์ผ่านไปมีน้องผู้หญิงโทรมาหา แต่ไม่รู้ว่าจะคุยกับใคร คือสรุปว่าไม่รู้อะไรเลย บังเอิญเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์โอนสายมาให้เราที่เป็นเจ้าของงานพอดีก็เลยพอจะเดาได้ว่า เป็นสินค้ารายการที่เราเคยถามราคาไป คุยไปได้สักครู่ น้องก็บอกว่า หนูว่าพี่คงไม่ซื้อแน่เลยเพราะค่า air freight ประมาณสามหมื่นบาท หนูเลยไม่ได้เสนอราคาให้พี่   เมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็เลยต้องถึงเวลาสอนน้องเสียเล็กน้อยว่า  ถ้าคุณเป็นพนักงานขายแล้วคุณตัดสินใจแทนลูกค้าเรียบร้อยไปแล้ว โดยราคาก็ไม่เสนอ email ก็ไม่ตอบ พี่บอกได้เลยว่า แบบนี้ไม่ใช่มืออาชีพนะ  เหตุผลคือ ถ้าลูกค้าไม่ต้องการเขาจะไม่สอบถามไปหรอก อาจจะเป็น current model, new model หรือต้องการเปลี่ยน source ก็ได้ เป็นไปได้หมด หน้าที่คุณคือ ตอบคำถามที่พี่อยากรู้ว่า สินค้าราคาเท่าไร ค่าขนส่งเท่าไร  lead time กี่วัน  เมื่อได้ข้อมูลแล้วคนที่ตัดสิใจคือลูกค้า ไม่ใช่คุณ  น้องฟังไปแล้วก็อึ้ง    ก็เลยบอกน้องต่อไปว่า ถึงแม้คุณจะหาของไม่ได้ หาได้ช้า หรือไม่ว่าอะไรก็ตาม สิ่งที่เราอยากเห็น action ที่รวดเร็ว หรือหาสินค้า spec ใกล้เคียง มาเป็นทางเลือกให้เราด้วยหากของที่เราต้องการไม่มี  นั่นเป็นสิ่งที่ลูกค้าอยากเห็นมากกว่า ตอบสนองช้า แล้วยังมาแบบไม่ถูกใจอีกต่างหาก

พ.พ. รุ่น 33 (ปวช.) จัดชุมนุมศิษย์เก่าวันที่ 21 กรกฎาคม 2555

สมาชิกและผู้อ่านท่านใดเป็นศิษย์เก่า พ.พ. รุ่นปี 33 (ปวช.) เพื่อน ๆ จัดชุมนุมศิษย์เก่ากันในวันที่ 21 กรกฎาคม 2555  นอกจากได้พบปะเพื่อน ๆ ที่ห่างหายและไม่ได้เจอกันเป็นเวลานานแล้ว ยังเป็นการหาทุนช่วยเหลือคณาจารย์หลาย ๆ ท่านที่เกษียณแล้วเจ็บป่วย ถือเป็นการตอบแทนพระคุณที่่ท่านให้ความรู้มาด้วยค่ะ

สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมที่ได้สมาคมศิษย์เก่าพณิชการพระนคร

การออกใบสั่งเพียงในนาม มีผลดีผลเีสียอย่างไร

มีหลายคนสงสัยว่าการออกใบสั่งซื้อแต่เพียงในนามจะมีผลอะไรตามมาในอนาคตบ้าง? เรื่องอาจจะดูธรรมดาก็แค่ออก Po แต่ที่จริงแล้วไม่ธรรมดา แล้วไม่ธรรมดาอย่างไร มาติดตามกันดีกว่าค่ะ สมมติว่ามีใครก็ตามจะเป็นเพื่อน ญาติสนิท หรือใครสักคนที่ไม่ใช่หุ้นส่วนมาขอให้ออก Po เพียงในนาม อยากให้เพื่อนๆ พิจารณาปัจจัยต่อไปนี้ค่ะ

  • ประการแรกหุ้นส่วนในบริษัทรับทราบหรือเปล่าว่าเรากำลังจะทำแบบนี้? ข้อเสียสำคัญนะ เพราะต้องรับผิดและชอบร่วมกัน ดังนั้นอะไรก็ตามที่จะมีผลผูกพันในทางกฎหมายในอนาคตก็ควรจะต้องแจกแจงด้วย
  • วัตถุประสงค์ของบริษัทอยู่ในเกณฑ์ที่จะซื้อสินค้านั้นมาใช้งานเพื่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องหรือเปล่า
  • สินค้าที่จะเปิดซื้อนั้นจำนวนสำหรับธุรกิจหรือเปล่า เพราะประเด็นที่สองและสามนี้คุณอาจจะตอบคำถาม auditor ไมไ่ด้ ยกตัวอย่างเช่น คุณทำธุรกิจเกษตร และกลับไปซื้อวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย มันส่อแววไม่เหมาะสมให้เห็น
  • ผู้ที่ขอให้เราเปิด Po เพียงในนามเขามีวัตถุประสงค์อะไรต่อ PO นั้น? ปกติแล้วผู้ขายมักจะใบสั่งซื้อไปขอทำเรื่องกู้ หรือทำ factoring หรือการนำลูกหนี้ไปขายเพื่อนำเงินมาใช้ก่อนนั่นเอง คือถ้ามีการซื้อกันปกติก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าออก Po เพียงในนามต้องรู้ที่มาที่ไปให้ชัดเจน เพราะเมื่อ Po ออกไปแล้วมีผลทางกฎหมายทันที เนื่องจากเป็นการแสดงเจตนาสั่งซื้ออาจจะมีผลในกฎหมายตามมาภายหลังได้ หากผู้ขายอยากจะฟ้องร้องในกรณีที่สร้างความเสียหายให้แก่เขา เช่น สั่งให้ทำงานที่เป็นการเฉพาะแล้วรับไม่รับสินค้า ทำให้เขาต้องลงทุน เสียเงินเสียทอง
  • เมื่อปี 2540 เราเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ภาคเอกชนของเราปั่นกระดาษให้กลายเป็นเงิน ไม่ได้เกิดจากการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างแท้จริง เราเล่นแร่แปรธาตุกันสารพัดรูปแบบเพื่อได้เงินกู้มา แต่สุดท้ายเราไม่มีเงินใช้คืน ประเทศเราเลยต้องตกเป็นเชลยทางเศรษฐกิจและต้องเปิดประเทศเรื่องการลงทุนโดยปริยาย คือ สรุปได้ว่าการทำธุรกิจใด ๆ ควรจะเกิดจากการความสามารถในการบริหารเป็นหลัก และมีหลักธรรมาภิบาลที่ดีองค์กรจึงเจริญเติบโตแบบมั่นคงและยั่งยืน

ที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมดไม่ได้ตัดสินใจให้นะคะว่าควรหรือไม่ควรที่จะช่วยเหลือเพื่อออก Po ในนาม เพียงแต่ต้องชั่งน้ำหนักเอาเอง ระหว่างข้อดีข้อเสีย และความเสี่ยงที่จะเกิดอนาคตเราัรับไหวหรือเปล่า มีเรื่องหนึ่งที่เพิ่งอ่านเจอในอินเตอร์เน็ต เราคงรู้จักเธอดี และอยากให้เก็บเรื่องของเธอมีพินิจพิจารณากับเหตุผลที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมดว่าเราควรทำอย่างไรดี  เรื่องจริงที่อยากให้อ่านของคุณกาญจนาพร ปลอดภัย

Buyerguidebook.com เปิด Webboard แล้ว

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ หลังจากเริ่มเขียนข้อมูลมีสักพัก หมู่นี้อาจจะหายหน้าหายตาไปหน่อย แต่กลับมาคราวนี้มาพร้อมกับ Webboard ที่ตั้งใจจะทำตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้มีโอกาสลงมือสักที เมื่อวานนี้สบโอกาสเลยศึกษาแล้วลงมือทำในวันเดียว แต่กว่าจะลงโปรแกรมเสร็จก็เล่นเอาแย่ไปเหมือนกัน เพราะทำไปศึกษาไป แต่อย่างว่าแหละไม่มีอะไรที่จะขัดขวางความตั้งใจของเราได้นั่นเอง เห็นมั้ยคะว่านักจัดซื้ออย่างพวกเราทำได้ทุำกอย่าง เดี๋ยวนี้มีความรู้ฟรีในอินเตอร์เยอะมาก ถ้าเรารู้จักที่จะนำมาประยุกต์ใช้ก็เป็นไปได้ทุกอย่างค่ะ ที่สำคัญ ฟรี ค่ะ แบบนี้พวกเราคงชอบ อย่างเดียวที่ลงทุนคือใช้กำลังสมองเยอะหน่อย

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความตั้งใจของเราที่จะให้เว็บบอร์ดเป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้คงจะเริ่มเกิดขึ้นในเร็ววัน มีคำถามหรือประสบการณ์อะไรที่อยากแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้รู้ หรือมีคำถามคาใจใดที่เกี่ยวกับจัดซื้อก็เชิญเลยค่ะ เราจะเก่งไม่ได้ถ้าเรารู้และเก็บไว้คนเดียว เมื่อรู้แล้วก็อย่าลืมแบ่งปันนะคะ อันดับแรกเราได้เพื่อน อันดับต่อไปโอกาสดี ๆ จะมาหาคุณเองเื่มื่อคุณเก่งขึ้น

อย่าลืมนะคะ หาความรู้ให้ตัวเองอย่างน้อยสักวันละหนึ่งเรื่อง เราจะได้ทันต่อโลกอยู่เสมอ

แล้วพบกันนะคะ